วิธีการเสริมคางด้วยไขมัน

ขั้นตอนการเสริมคาง

การเสริมคางแพทย์จะดูดไขมันจากร่างกายของคนไข้ เช่น ติ่งหู ต้นขา ต้นแขน ที่มีไขมัน และเลือกไขมันที่บริสุทธิ์ที่สุด มาฉีดใส่บริเวณคางของเรา จะฉีดมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อจะให้เรียวแหลมขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด หลังจากที่คนไข้ฉีดไขมันเข้าที่คางสามารถใช้ชีวิตได้ปกติทันทีไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ การฉีดคางครั้งแรกจะอยู่ได้ 2-3 เดือน ส่วนครั้งที่ 2 จะอยู่ได้ 2 ปี จะขึ้นอยู่กับการรักษาไขมันของตนเองด้วย เนื่องจากบางคนอาจจะชอบการซาวน่า หรืออาจจะออกกำลังกายหนักๆ ซึ่งจะทำให้ไขมันหายไปได้เร็ว อย่าไปโดนแดดเยอะ การเสริมคางด้วยไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าที่ได้รูปอยู่แล้ว ส่วนคนที่คางทู่หรือไม่มีคางไม่แนะนำให้เสริมคางด้วยวิธีนี้ เพราะการเสริมคางด้วยไขมันไม่ได้ทำให้หน้าดูเรียวแรม แต่จะช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยไขมัน

  1. งดการยกสิ่งของหนักเหนือศีรษะเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  2. คนไข้ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ คางไปกระทบกับสิ่งของ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  3. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายมากๆ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  4. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  5. สามารถไปทำกิจกรรมเบาๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมคางด้วยไขมัน
การเสริมคางด้วยไขมันมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง ร่างกายจะไม่ปฏิเสธอย่างแน้นอน และมีความนิ่มเป็นธรรมชาติ แต่จะให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปในคางอยู่ในรูปทรงที่ต้องการถาวรเป็นไปได้ยาก ต้องมาทำการฉีดไขมันที่ค้างซ้ำบ่อยๆ

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

  1. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  2. ห้ามใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA,BHA หรือ Retinoid gel
  3. หลีกเลี่ยงบริเวณอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป 1 สัปดาห์
  4. ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน
  5. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายกลางแดด เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์
จะมีอาการบวมตึงหรือแดงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองประมาณ 1-4 สัปดาห์

รู้มั้ยว่าเสียงประกาศบนรถไฟฟ้าคือเสียงใคร

หลังจากที่มีโอกาสได้นั่งรถไฟฟ้าอยู่นานก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า “สถานีต่อไป สยาม next station siam …..” เสียงประกาศบนไฟฟ้านี้เป็นเสียงใครกันนะ ล่าสุดเมื่อสองวันก่อนนั่งดูรายการวู๊ดดี้ เชิญนักแสดงที่กำลังดังที่สุดในตอนนี้มา เป็นนักแสดงที่คนเกือบทั้งประเทศรุมด่า นั้นก็คือ อิแย้ม หรือคุณรัดเกล้านั่นเอง …

เสริมโหนกแก้ม ศัลยกรรมโหนกแก้ม เสริมโหนกแก้มสวยที่สุด

โหนกแก้มแต่ละคนเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน การศัลยกรรมโหนกแก้มจะมี 2 อย่าง คือลดโหนกแก้มกับเสริมโหนกแก้ม แล้วแต่ความพึ่งพอใจของคนไข้จะต้องการให้โหนกแก้มเป็นเช่นใด บางคนผอมเกินไปจนทำให้ใบหน้าตอบเล็กไม่มีแก้ม ทำให้ใบหน้าดูไม่มีน้ำมีนวล สาเหตุหลักอาจจะเป็นเพราะเราผอมเกินไปจึงทำให้แก้มไม่ออกเท่าที่ควร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญมาก ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อขยายตัว
ก่อนหน้านี้ได้ทำความรู้จักกับการลดโหนกแก้มกันไปแล้ว วันนี้จะมาเสนอการเสริมโหนกแก้มกันบ้าง จะเหมาะสำหรับคนที่มีโหนกแก้มต่ำเกินไป, โหนกแก้มแบน,โหนกแก้มเล็ก ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ การเสริมโหนกแก้มช่วยให้แก้มดูเต็มขึ้น และสูงขึ้น วิธีการเสริมโหนกแก้มมี 4 วิธี1.การเสริมโหนกแก้มด้วยกระดูกจริง 2.การเสริมโหนกแก้มด้วยซิลิโคนหรือสารสังเคราะห์อื่น 3.การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) 4.การฉีดไขมัน

ศัลยกรรมเสริมโหนกแก้ม

การเตรียมตัวก่อนการเสริมโหนกแก้ม
1.โปรดแจ้งอาการแพ้ยา หรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
2.หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า
3.งดแอสไพริน ไอบิวโพรเฟนและวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ และหลังผ่าตัด 4 สัปดาห์
4.โดยเช็คเลือด เช็คปัสสวะ X-ray ปอด ถ้าอายุเกิน 35 ก็จะเช็คหัวใจร่วมด้วย

วิธีการเสริมโหนกแก้ม มี 4 วิธี
1.การเสริมโหนกแก้มด้วยกระดูกจริง
วิธีนี้ไม่คอยนิยม เพราะจะเกิดแผลเป็น และต้องเอากระดูกบางส่วนจากร่างกาย เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกซี่โครง วิธีนี้จะได้ความนูนของกระดูกแก้มไม่มาก
2.การเสริมโหนกแก้มด้วยซิลิโคนหรือสารสังเคราะห์อื่น
แพทย์จะเหลาซิลิโคนขึ้นรูปโหนกแก้มเอง ขนาดซิลิโคนโหนกแก้มจะตามความต้องการของคนไข้
แพทย์สามารถสามารถเปิดแผลได้ 2 วิธี
2.1ผ่าตัดเข้าทางด้านในปาก
จะฉีดยาชาที่กระพุ่งแก้มด้านในบริเวณเหนือซอกเหงือก จากนั้นจะผ่าตัดเปิดแผลยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วแยกกล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกใบหน้าขึ้นไปจนถึงบริเวณโหนกแก้ม หลังจากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกให้เป็นช่องที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของซิลิโคนที่เตรียมไว้แล้วจึงวางแผนซิลิโคนไว้ในช่องเยื่อหุ้มกระดูกตรงตำแหน่งของโหนกแก้มพอดี เมื่อตรวจสอบตำแหน่งเรียบร้อยแล้วจึงเย็บปิดด้วยไหมละลาย และเพื่อไม่ให้แผ่นซิลิโคนขยับเขยื้อนจากตำแหน่งที่จัดวางไว้ แพทย์อาจจะใช้พลาสเตอร์ปิดทับภายนอกบริเวณเหนือโหนกแก้ม หลังจากนั้นก็รอเวลาที่แผ่นซิลิโคนจะติดแนบกับกระดูกต่อไป
2.2ผ่าตัดเข้าทางแผลที่เปลือกตาล่าง
จากนั้นเอาแผ่นซิลิโคนว่างที่โหนกแก้ม แพทย์จะแยกชั้นกล้ามเนื้อผิวหนังขึ้น เพื่อเข้าไปหารอยต่อของขอบกระดูกเบ้าตา จากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มเป็นช่องขนาดที่ต้องการ เช่นเดียวกับวิธีแรก แล้วจึงวางแผ่นซิลิโคนลงไปที่ตำแหน่งโนหกแก้ม แม้วิธีนี้จะมีแผลที่บริเวณเปลือกตา แต่แผลที่ตำแหน่งนี้มักจะหายโดยไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้สังเกตเห็นชัดเจนนัก
3.การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)
ฟิลเลอร์ คือการฉีดเติมเต็มในส่วนที่คนไข้ต้องการ ในกรณีนี้ฉีดฟิลเลอร์ ลงไปในบริเวณเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มเพื่อให้เป็นฐานจะทำให้การยึดเกาะของฟิลเลอร์ จากนั้นแพทย์จะฉีดให้ได้ปริมาณตามแต่ละชั้นผิวหนัง และสามารถปรับแต่ง ให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามที่คนไข้ต้องการ วิธีนี้จะอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน และจะสลายหายไป
4.การฉีดไขมัน
ไขมันจะเอามาจากตัวคนไข้เอง แพทย์จะดูดไขมันบริเวณอื่นที่ไม่ใช้โหนกแก้ม แล้วฉีดโดยตรงเข้าที่แก้ม ในกรณที่แพทย์ฉีดไขมันเข้าไป 1 cc.อาจจะอยู่แค่ 0.5 cc.อัตราเซลล์ไขมันอยู่รอดหรือตายมี 50 % ถ้าอยู่รอดก็จะอยู่กับโหนกแก้มเราได้นาน

การดูแลหลังการเสริมโหนกแก้ม
1.นอนศีรษะสูง ประคบด้วยเจลเย็น เพื่อช่วยห้ามเลือด และลดอาการบวม
2.รับประทานอาหารอ่อนอ่อนประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
3.ควรดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนบนใบหน้า โดยเฉพาะโหนกแก้ม
4.ทานอาหารอ่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จให้อมน้ำยาบ้วนปาก เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดแผลจนกว่าแผลในปากจะหายดี (เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อหรืออักเสบ)
5.งดอาหารแข็ง หรือเคี้ยวของเหนียวประมาณ 2-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมโหนกแก้ม
หลังการผ่าตัดไม่มีผลข้างเคียงมากนัก ควรกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการบวมกับชา จะเกิดขึ้นปกติหลังการผ่าตัด จะหายภายใน 2-3 สัปดาห์

การทำศัลยกรรมสามารถเปิดโอกาสให้เราได้รับสิ่งที่ดีในชีวิต

“ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต” คำนี้ดูทาจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยไปเลยครับสำหรับคนในชีวิตประจำวันเพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน อย่างไร รูปร่างหน้าตามักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้รับสมัครงานพิจารณาเพราะอาจด้วยเป็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มองเห็นเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นคนที่มีใบหน้าไม่ดีจึงต้องพึ่งพาศัลยกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเพื่อโอกาสที่ดีในชีวิต

 

ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตการทำศัลยกรรมในสมัยนี้ต้องบอกว่าง่ายกว่าแต่ก่อนมากครับเพราะไปที่ไหน คลินิกไหนเดี๋ยวนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีโปรแกรมศัลยกรรมศัลยกรรมให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นขั้นเบสิกตั้งแต่การรักษาสิว รักษาผิวหน้าไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ฉีกโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ หรือแม้กระทั่งผ่าตัดปรับแต่งใบหน้าก็มีให้ได้เลือกกันโดยสนนราคาก็หลักร้อยยันหลักแสนบาทเลยครับ

ทีนี้มีคำถามว่าการลงทุนศัลยกรรมในปัจจุบันนี้นั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าหรือไม่ซึ่งผมเองต้องบอกเลยครับว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอนเพราะถ้าหากเราทำศัลยกรรมแล้วได้งานที่ดีมีรายสูงเพียงแค่ไม่กี่เดือนเราก็สามารถได้ค่าทำศัลยกรรมคืนแล้วครับอีกทั้งการศัลยกรรมนั้นเราไม่จำเป็นต้องทำทีเดียวทั้งหน้า เราสามารถค่อยๆ ทำไปทีละอย่างเช่นจากตาก็มาคิ้ว จากคิ้วก็ไปจมูก จากจมูกก็ไปปาก ดังนั้นจึงทำให้เราไม่ต้องใช้งบประมาณมากๆ ในคราวเดียวกัน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือเรื่องราวของการทำศัลยกรรมที่สามารถเปิดโอกาสให้เราได้รับสิ่งที่ดีในชีวิตโดยเฉพาะในเรื่องการงานปัจจุบันนี้ที่เน้นในเรื่องหน้าตามากกว่าการศึกษาและภูมิความรู้ส่วนการศัลยกรรมมีอะไรบ้างนั้นเราจะไปคุยกันในตอนต่อๆ ไปครับ