การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางสวยด้วยเทคนิคเฉพาะทางฯ

เมื่อพูดถึงการศัลยกรรมเสริมคางบางคนอาจจะมองข้ามกันไปเลย ถ้าเทียบกับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูก แต่ความจริงแล้วคางจะเป็นส่วนหนึ่งของความสวยงามของโครงหน้าของเราอย่างหนึ่ง  และเพื่อความสวยงามขั้นพื้นฐาน และเพื่อความสวยที่สุด สาวๆทุกคน ก็จะนึกถึงการศัลยกรรมเสริมคางสวยที่สุดเพิ่มด้วย  เป็นอีกจุดเริ่มต้นของการมีใบหน้าที่งดงาม  สมส่วน ดังนั้น สิ่งที่จะสามารถเสริมให้เรามีรูปหน้าและโครงหน้าให้สวยงามขึ้นนั้น ก็คือ “การเสริมคาง”  ดังนั้นลองมาตัดสินใจกันอีกอย่าง ลองส่องกระจกดูกันเลยว่า คางเราเป็นอย่างไรบ้าง…

ศัลยกรรมเสริมคาง

ขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับการเสริมคาง

ก่อนการเสริมคางจะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ผ่าตัดโดยตรง และแพทย์จะวัดประเมินความกว้าง และยาวของใบหน้าและวัดขนาดของซิลิโคนให้เหมาะสมกับใบหน้าของผู้ทำ การเสริมคางสามารถทำได้ทั้งภายนอกปากและด้านในช่องปากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม   แต่การผ่าตัดนอกช่องปากจะมีแผลเจาะใต้คางเล็กน้อย หลังจากนั้นเตรียมตัวตามขั้นตอนต่อไป ระหว่างที่เริ่มผ่าตัดแพทย์จะทำการตัดแต่งและใส่ซิลิโคนที่เตรียมรูปทรงให้รับกับใบหน้าและทำการเสริม แล้วทำการเย็บปิดแผล

ผลลัพธ์สำหรับการเสริมคางสวยอย่างปลอดภัย และเพื่ออะไร

  • การศัลยกรรมเพื่อการปรับแต่งรูปใบหน้าถาวร
  • การเสริมคาง ผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก คางเหลี่ยม หรือคางร่นมาด้านหลัง เป็นต้น เสริมคาง เพื่อเพิ่มมิติของใบหน้าอย่างสมส่วน
  • เพื่อให้ใบหน้าที่ดูกลมมน ไม่เรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขโดยการเสริมคาง ทำให้มองเห็นรูปคางได้ชัดเจนสวยงามลงตัว
  • ผ่าตัดเสริมคางด้วยเทคนิคที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ และใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยไปทำงานได้เร็ว

บนใบหน้าของเรา คางเป็นองค์ประกอบส่วนล่าง ของความงามของใบหน้า ดังนั้น คางที่ได้รูปเมื่อมองจากด้านหน้าจะต้องมีความกว้าง ความยาวที่พอดีกับความกว้างของใบหน้าและต้องมีความเรียวแหลมสวยอย่างพอเหมาะ  และเมื่อมองจากด้านข้างความยื่นของคางจะต้องมีสัดส่วนกับความนูนของจมูกและหน้าผาก อย่างลงตัวพอดี และไม่ยาวยื่นมากจนเกินไป ดังนั้นการเสริมคางเพียงครั้งแรก ด้วยแพทย์ที่มีฝีมือดี จะทำให้ได้คางที่เสริมสวยถูกใจ และจะสามารถปรับโครงสร้างใบหน้าให้มีความสวยงามมากขึ้นอย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกแพทย์ที่จะเสริมคาง

  • เสริมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระดับอาจารย์ และแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง หรือ ศัลยแพทย์ตกแต่งได้รับการรับรองจากศัลยแพทย์ตกแต่งนานาชาติ (ISAP)
  • ใช้ซิลิโคนสำหรับการเสริมคางชนิดที่ดีที่สุด นิ่มบิดได้ มีความยืดหยุ่นได้ดี
  • ระหว่างการผ่าตัดเจ็บน้อยด้วยยาชาเฉพาะจุด
  • ได้รับการบริการหลังการผ่าตัด และติดตามผลตลอดต่อเนื่องการรับประกัน

วิธีการเสริมคางด้วยไขมัน

ขั้นตอนการเสริมคาง

การเสริมคางแพทย์จะดูดไขมันจากร่างกายของคนไข้ เช่น ติ่งหู ต้นขา ต้นแขน ที่มีไขมัน และเลือกไขมันที่บริสุทธิ์ที่สุด มาฉีดใส่บริเวณคางของเรา จะฉีดมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อจะให้เรียวแหลมขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด หลังจากที่คนไข้ฉีดไขมันเข้าที่คางสามารถใช้ชีวิตได้ปกติทันทีไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ การฉีดคางครั้งแรกจะอยู่ได้ 2-3 เดือน ส่วนครั้งที่ 2 จะอยู่ได้ 2 ปี จะขึ้นอยู่กับการรักษาไขมันของตนเองด้วย เนื่องจากบางคนอาจจะชอบการซาวน่า หรืออาจจะออกกำลังกายหนักๆ ซึ่งจะทำให้ไขมันหายไปได้เร็ว อย่าไปโดนแดดเยอะ การเสริมคางด้วยไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าที่ได้รูปอยู่แล้ว ส่วนคนที่คางทู่หรือไม่มีคางไม่แนะนำให้เสริมคางด้วยวิธีนี้ เพราะการเสริมคางด้วยไขมันไม่ได้ทำให้หน้าดูเรียวแรม แต่จะช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยไขมัน

  1. งดการยกสิ่งของหนักเหนือศีรษะเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  2. คนไข้ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ คางไปกระทบกับสิ่งของ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  3. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายมากๆ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  4. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  5. สามารถไปทำกิจกรรมเบาๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมคางด้วยไขมัน
การเสริมคางด้วยไขมันมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง ร่างกายจะไม่ปฏิเสธอย่างแน้นอน และมีความนิ่มเป็นธรรมชาติ แต่จะให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปในคางอยู่ในรูปทรงที่ต้องการถาวรเป็นไปได้ยาก ต้องมาทำการฉีดไขมันที่ค้างซ้ำบ่อยๆ

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

  1. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  2. ห้ามใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA,BHA หรือ Retinoid gel
  3. หลีกเลี่ยงบริเวณอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป 1 สัปดาห์
  4. ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน
  5. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายกลางแดด เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์
จะมีอาการบวมตึงหรือแดงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองประมาณ 1-4 สัปดาห์