การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคางสวยด้วยเทคนิคเฉพาะทางฯ

เสริมคาง ปรับแต่งใบหน้าให้สวยมีมิติ
การมีใบหน้าที่ได้สัดส่วน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงดูน่าสนใจขึ้นได้ ใบหน้าที่สวยงามโดดเด่นย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการมีใบหน้าเรียวเล็ก กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ทำให้หลายคน สนใจการทำศัลยกรรมเสริมคาง เพื่อปรับแต่งใบหน้า ให้มีรูปร่างที่ดีมากขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ วันนี้เราลองมาดูแนวทางการเสริมคาง ว่าจะช่วยทำให้ใบหน้าดูสวยได้อย่างไรบ้าง

การปรับแต่งคาง
การทำศัลยกรรมคางโดยทั่วไปแล้วจะทำอยู่ 2 ส่วน คือ การทำคางยื่นและคางหุบ การทำคางให้หุบสั้นเข้านั้นพบได้น้อย จะต้องใช้วิธีการเลื่อนกระดูกคางเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่แล้วการทำศัลยกรรมคางจะเป็นการเสริมให้คางมีความยาว มีการยื่นออกมามากกว่า ทำได้โดยการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง การเสริมคางสวยที่สุดด้วยแท่งซิลิโคน การฉีดเสริมด้วยสารเติมเต็มหรือไขมัน

ศัลยกรรมเสริมคาง

การเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน
การเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นเป็นการทำศัลยกรรมที่มีมานานแล้ว หลังทำแล้วสามารถเปลี่ยนรูปร่างใบหน้าได้อย่างถาวร เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง แต่สิ่งที่ยากก็คือการทำให้ส่วนของคาง สอดประสารเข้ากับรูปร่างของใบหน้าได้อย่างลงตัว สิ่งที่สำคัญคือการปรับแท่งซิลิโคนให้มีขนาดที่พอดีรวมถึงการวางตัวแหน่งให้เหมาะสม ถือว่าเป็นเรื่องหลักในการทำศัลยกรรมคางให้สำเร็จ ดังนั้นการทำศัลยกรรมคางด้วยวิธีนี้ จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง เพราะมิฉะนั้นแล้ว อาจทำให้คางเสียรูปมากกว่าเดิมเสียอีก

การผ่าตัดเสริมคางในปากหรือใต้คางแบบไหนดี
การทำศัลยกรรมเสริมความงามด้วยวิธีการผ่าตัดนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นหรือทำให้รอยแผลเป็นมองเห็นได้ยาก ดังนั้นการผ่าตัดเสริมคางภายในช่องปากจึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า อีกทั้งการดูแลแผลหลังการผ่าตัดหากทำอย่างถูกวิธีก็จะไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ
อยากหน้าเรียว จำเป็นต้องเสริมคางไหม
การเสริมคางไม่ได้เป็นวิธีการเดียวที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้เรียวเล็ก การมีกระดูกกรามใหญ่ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้หน้าไม่เรียว ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ อีก ได้แก่ การมีกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ รวมถึงการมีไขมันที่แก้มมากจนเกินไป

ความปลอดภัยในการฉีดเสริมคาง
การเสริมคางด้วยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง โดยการใช้สารในกลุ่มไฮยาลูโรนิก เป็นสารที่มีความปลอดภัยต่อร่างกาย ก่อให้เกิดอาการแพ้น้อย หลังการฉีดสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น

การเสริมคางด้วยการทำศัลยกรรม เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้ใบหน้ามีรูปร่างที่ดีมากยิ่งขึ้น การเสริมคางทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเสริมคางด้วยซิลิโคน การฉีดสารเติมเต็ม เพื่อแก้ไขให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้น

วิธีการเสริมคางด้วยไขมัน

ขั้นตอนการเสริมคาง

การเสริมคางแพทย์จะดูดไขมันจากร่างกายของคนไข้ เช่น ติ่งหู ต้นขา ต้นแขน ที่มีไขมัน และเลือกไขมันที่บริสุทธิ์ที่สุด มาฉีดใส่บริเวณคางของเรา จะฉีดมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อจะให้เรียวแหลมขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด หลังจากที่คนไข้ฉีดไขมันเข้าที่คางสามารถใช้ชีวิตได้ปกติทันทีไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ การฉีดคางครั้งแรกจะอยู่ได้ 2-3 เดือน ส่วนครั้งที่ 2 จะอยู่ได้ 2 ปี จะขึ้นอยู่กับการรักษาไขมันของตนเองด้วย เนื่องจากบางคนอาจจะชอบการซาวน่า หรืออาจจะออกกำลังกายหนักๆ ซึ่งจะทำให้ไขมันหายไปได้เร็ว อย่าไปโดนแดดเยอะ การเสริมคางด้วยไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าที่ได้รูปอยู่แล้ว ส่วนคนที่คางทู่หรือไม่มีคางไม่แนะนำให้เสริมคางด้วยวิธีนี้ เพราะการเสริมคางด้วยไขมันไม่ได้ทำให้หน้าดูเรียวแรม แต่จะช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยไขมัน

  1. งดการยกสิ่งของหนักเหนือศีรษะเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  2. คนไข้ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ คางไปกระทบกับสิ่งของ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  3. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายมากๆ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  4. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  5. สามารถไปทำกิจกรรมเบาๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมคางด้วยไขมัน
การเสริมคางด้วยไขมันมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง ร่างกายจะไม่ปฏิเสธอย่างแน้นอน และมีความนิ่มเป็นธรรมชาติ แต่จะให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปในคางอยู่ในรูปทรงที่ต้องการถาวรเป็นไปได้ยาก ต้องมาทำการฉีดไขมันที่ค้างซ้ำบ่อยๆ

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

  1. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  2. ห้ามใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA,BHA หรือ Retinoid gel
  3. หลีกเลี่ยงบริเวณอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป 1 สัปดาห์
  4. ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน
  5. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายกลางแดด เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์
จะมีอาการบวมตึงหรือแดงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองประมาณ 1-4 สัปดาห์