เสริมโหนกแก้ม ศัลยกรรมโหนกแก้ม เสริมโหนกแก้มสวยที่สุด

โหนกแก้มแต่ละคนเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน การศัลยกรรมโหนกแก้มจะมี 2 อย่าง คือลดโหนกแก้มกับเสริมโหนกแก้ม แล้วแต่ความพึ่งพอใจของคนไข้จะต้องการให้โหนกแก้มเป็นเช่นใด บางคนผอมเกินไปจนทำให้ใบหน้าตอบเล็กไม่มีแก้ม ทำให้ใบหน้าดูไม่มีน้ำมีนวล สาเหตุหลักอาจจะเป็นเพราะเราผอมเกินไปจึงทำให้แก้มไม่ออกเท่าที่ควร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญมาก ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อขยายตัว
ก่อนหน้านี้ได้ทำความรู้จักกับการลดโหนกแก้มกันไปแล้ว วันนี้จะมาเสนอการเสริมโหนกแก้มกันบ้าง จะเหมาะสำหรับคนที่มีโหนกแก้มต่ำเกินไป, โหนกแก้มแบน,โหนกแก้มเล็ก ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ การเสริมโหนกแก้มช่วยให้แก้มดูเต็มขึ้น และสูงขึ้น วิธีการเสริมโหนกแก้มมี 4 วิธี1.การเสริมโหนกแก้มด้วยกระดูกจริง 2.การเสริมโหนกแก้มด้วยซิลิโคนหรือสารสังเคราะห์อื่น 3.การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) 4.การฉีดไขมัน

ศัลยกรรมเสริมโหนกแก้ม

การเตรียมตัวก่อนการเสริมโหนกแก้ม
1.โปรดแจ้งอาการแพ้ยา หรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
2.หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า
3.งดแอสไพริน ไอบิวโพรเฟนและวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ และหลังผ่าตัด 4 สัปดาห์
4.โดยเช็คเลือด เช็คปัสสวะ X-ray ปอด ถ้าอายุเกิน 35 ก็จะเช็คหัวใจร่วมด้วย

วิธีการเสริมโหนกแก้ม มี 4 วิธี
1.การเสริมโหนกแก้มด้วยกระดูกจริง
วิธีนี้ไม่คอยนิยม เพราะจะเกิดแผลเป็น และต้องเอากระดูกบางส่วนจากร่างกาย เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกซี่โครง วิธีนี้จะได้ความนูนของกระดูกแก้มไม่มาก
2.การเสริมโหนกแก้มด้วยซิลิโคนหรือสารสังเคราะห์อื่น
แพทย์จะเหลาซิลิโคนขึ้นรูปโหนกแก้มเอง ขนาดซิลิโคนโหนกแก้มจะตามความต้องการของคนไข้
แพทย์สามารถสามารถเปิดแผลได้ 2 วิธี
2.1ผ่าตัดเข้าทางด้านในปาก
จะฉีดยาชาที่กระพุ่งแก้มด้านในบริเวณเหนือซอกเหงือก จากนั้นจะผ่าตัดเปิดแผลยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วแยกกล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกใบหน้าขึ้นไปจนถึงบริเวณโหนกแก้ม หลังจากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกให้เป็นช่องที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของซิลิโคนที่เตรียมไว้แล้วจึงวางแผนซิลิโคนไว้ในช่องเยื่อหุ้มกระดูกตรงตำแหน่งของโหนกแก้มพอดี เมื่อตรวจสอบตำแหน่งเรียบร้อยแล้วจึงเย็บปิดด้วยไหมละลาย และเพื่อไม่ให้แผ่นซิลิโคนขยับเขยื้อนจากตำแหน่งที่จัดวางไว้ แพทย์อาจจะใช้พลาสเตอร์ปิดทับภายนอกบริเวณเหนือโหนกแก้ม หลังจากนั้นก็รอเวลาที่แผ่นซิลิโคนจะติดแนบกับกระดูกต่อไป
2.2ผ่าตัดเข้าทางแผลที่เปลือกตาล่าง
จากนั้นเอาแผ่นซิลิโคนว่างที่โหนกแก้ม แพทย์จะแยกชั้นกล้ามเนื้อผิวหนังขึ้น เพื่อเข้าไปหารอยต่อของขอบกระดูกเบ้าตา จากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มเป็นช่องขนาดที่ต้องการ เช่นเดียวกับวิธีแรก แล้วจึงวางแผ่นซิลิโคนลงไปที่ตำแหน่งโนหกแก้ม แม้วิธีนี้จะมีแผลที่บริเวณเปลือกตา แต่แผลที่ตำแหน่งนี้มักจะหายโดยไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้สังเกตเห็นชัดเจนนัก
3.การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)
ฟิลเลอร์ คือการฉีดเติมเต็มในส่วนที่คนไข้ต้องการ ในกรณีนี้ฉีดฟิลเลอร์ ลงไปในบริเวณเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มเพื่อให้เป็นฐานจะทำให้การยึดเกาะของฟิลเลอร์ จากนั้นแพทย์จะฉีดให้ได้ปริมาณตามแต่ละชั้นผิวหนัง และสามารถปรับแต่ง ให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามที่คนไข้ต้องการ วิธีนี้จะอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน และจะสลายหายไป
4.การฉีดไขมัน
ไขมันจะเอามาจากตัวคนไข้เอง แพทย์จะดูดไขมันบริเวณอื่นที่ไม่ใช้โหนกแก้ม แล้วฉีดโดยตรงเข้าที่แก้ม ในกรณที่แพทย์ฉีดไขมันเข้าไป 1 cc.อาจจะอยู่แค่ 0.5 cc.อัตราเซลล์ไขมันอยู่รอดหรือตายมี 50 % ถ้าอยู่รอดก็จะอยู่กับโหนกแก้มเราได้นาน

การดูแลหลังการเสริมโหนกแก้ม
1.นอนศีรษะสูง ประคบด้วยเจลเย็น เพื่อช่วยห้ามเลือด และลดอาการบวม
2.รับประทานอาหารอ่อนอ่อนประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
3.ควรดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนบนใบหน้า โดยเฉพาะโหนกแก้ม
4.ทานอาหารอ่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จให้อมน้ำยาบ้วนปาก เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดแผลจนกว่าแผลในปากจะหายดี (เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อหรืออักเสบ)
5.งดอาหารแข็ง หรือเคี้ยวของเหนียวประมาณ 2-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมโหนกแก้ม
หลังการผ่าตัดไม่มีผลข้างเคียงมากนัก ควรกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการบวมกับชา จะเกิดขึ้นปกติหลังการผ่าตัด จะหายภายใน 2-3 สัปดาห์