ข้อเสียจากการฉีดโบท็อกซ์ ที่ควรรู้

ข้อเสียจากการฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกโบท็อกซ์ นอกจากจะมีข้อดีแล้ว ก็มีข้อเสียเช่นกัน ซึ่งเราควรเรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียของการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้การฉีดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและปลอดภัยที่สุดนั่นเอง มาดูกันดีกว่า ว่าฉีดโบท็อกลดกรามมีข้อเสียอย่างไรบ้าง

รู้สึกเจ็บขณะฉีด

การฉีดยาย่อมทำให้รู้สึกเจ็บอยู่แล้ว แต่เนื่องจากการฉีดโบท็อกซ์นั้นจะฉีดที่ใบหน้า จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าบริเวณอื่นได้ แต่ถึงอย่างนั้นส่วนใหญ่แพทย์มักจะทายาชาก่อนฉีดเสมอ เพื่อลดอาการเจ็บลงนั่นเอง แต่ในเมื่ออยากสวย สาวๆ ก็ทนได้อยู่แล้วจริงไหม

ออกฤทธิ์แค่ 6 เดือนเท่านั้น

อย่าคิดว่าฉีดโบท็อกลดกรามแล้วจะสวยอย่างถาวรนะ เพราะฤทธิ์ของโบท็อกซ์อยู่ได้แค่ 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นใบหน้าที่เคยเรียวสวย และอ่อนเยาว์จะกลับมายุ้ยและดูมีริ้วรอยเหมือนเดิม ซึ่งหากอยากสวยต่อ ก็ต้องฉีดโบท็อกซ์เข็มต่อไปต่อนั่นเอง

ราคาสูง

อยากสวยกับการฉีดโบท็อกซ์ ก็ต้องมีงบประมาณมากพอสมควร เพราะโบท็อกซ์เข็มหนึ่งนั้นมีราคาแพงมาก ยิ่งต้องฉีดอย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว ใครที่งบน้อยอาจจะจนได้เลยนะ เพราะฉะนั้นก่อนฉีดโบท็อกซ์อย่าลืมคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนด้วยล่ะ

ต้องฉีดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น

ถึงแม้โบท็อกซ์จะมีผลข้างเคียงต่ำ แต่หากฉีดไม่ถูกวิธีก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรฉีดโบท็อกซ์กับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และควรมีใบรับรองการประกอบการด้วย

ก่อนฉีดโบท็อกลดกรามอย่าลืมคิดคำนึงให้ดีก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือการเลือกสถานที่ในการฉีด ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองและความปลอดภัยในการฉีดนั่นเอง

ค่านิยมใหม่ของไทยกับการทำนมเสริมอกอึ๋ม

ทำนม ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ที่คนไทยนิยม

ทำนม

สวัสดีครับทุกท่านเมื่อพูดถึงพฤติกรรมการทำศัลยกรรมของไทยเราตอนนี้แล้วเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นการเสริมหน้าอก หน้าใจเพราะเนื่องจากว่าการศัลยกรรมประเภทนี้นั้นกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ถ้าเราย้อนไปเมื่อประมาณสัก 5 ปีที่แล้ว การทำนมหรือศัลยกรรมเสริมหน้าอกหรือการทำนมเป็นอะไรที่ใหม่มากครับคนไทยไม่ใคร่อยากจะเสริมหน้าอกกันสักเท่าไหร่นักด้วยเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับหน้าอกและนมได้อีกทั้งคนไทยในเวลานั้นก็ถนัดมักคุ้นกับการใช้ยกทรงประเภทดันเสริมหน้าอกอยู่แล้วดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมแต่ดันไปนิยมการทำศัลยกรรมตากับจมูกแทน

ต่อมาเมื่อความรู้ในเรื่องของการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกในบ้านเราเริ่มมีมากขึ้น ดารานักร้องนักแสดงเริ่มทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกมากกว่าเดิมและยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จึงทำให้คนไทยเราเริ่มหาข้อมูลและทำความเข้าใจกับมันจนรู้ว่าการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกนั้นไม่มีอันตรายเหมือนที่กลัวกันแต่อย่างใดจึงทำให้การทำนมหรือการศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้รับความนิยมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันครับ (more…)

กล้วย ตัวช่วยลดน้ำหนัก (มื้อเย็น)

กล้วย ตัวช่วยลดน้ำหนัก

กล้วยผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จะช่วยบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงได้ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่แนะนำให้รับประทานทุกวันเพราะมันดีต่อระบบการทำงานของร่างกายหลายระบบ

กล้วย ลดน้ำหนัก

กล้วยนั้นเป็นผลไม้ที่หาง่ายและมีราคาไม่แพง อีกทั้งรสชาติที่แสนอร่อย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานได้รวดเร็ว เหมาะกับนักกีฬา และใช้บำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี มันดีต่อระบบประสาททำให้เรามีความสุขมากขึ้น และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน นอกจากนั้นกล้วยยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ เราลองมาดูข้อมูลกัน

กินกล้วยมื้อเย็นลดน้ำหนักได้ กล้วยเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถรับประทานเป็นอาหารเย็นได้ และมันไม่ได้มีแคลอรีเยอะเหมือนกับที่หลาย ๆ คนเข้าใจกันเลย และในกล้วย ยังมีวิตามิน บี 1 และ บี 2 ที่ช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาล และไขมันในร่างกายได้ นอกจากนี้กล้วยยังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการในทุก ๆ มื้อ

กล้วยอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องนาน ทำให้เราไม่ทานมากจนเกินไป และไม่รู้สึกโหยอาหาร และในกล้วยยังมีความหวานธรรมชาติ ที่ดีต่อสุขภาพและไม่ทำให้อ้วน การทานกล้วยเป็นมื้อเย็นจะทำให้เราลดอาการอยากกินของหวานลงได้ น้ำตาลในกล้วยเป็นน้ำตาลที่ปราศจากแคลอรี มันจึงดีต่อการลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก

แต่ไม่ว่าคุณจะกินกล้วยเวลาไหน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเย็น หรือมื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่มีความสำคัญมากที่สุด กล้วยก็ยังให้ประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายของเรา เพราะในกล้วยนั้นมีวิตามิน บี 6 ซึ่งถือว่าเป็นโคเอนไซม์ตัวสำคัญ ที่ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

เมื่อเรากินกล้วยเข้าไปแล้ว มันจะช่วยทำให้ร่างกายของเราเร่งการเผาผลาญ พลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น เป็นผลทำให้เรามีไขมันในร่างกายน้อยลง และช่วยลดการสะสมไขมันทั่วร่างกาย ทำให้เรามีหุ่นที่ผอมเพรียวขึ้นได้อย่างง่าย ๆ กันเลย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาการนอนหลับ เวลาถึงเวลานอนเมื่อไหร่ต้องใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับได้ กล้วยเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณ กล้วยอุดมไปด้วย กรดอะมิโนและทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารประกอบที่สำคัญในการผลิตสารเซโรโทนินในสมอง ซึ่งช่วยให้เราผ่อนคลาย ลดความกระวนกระวาย ทำให้ระบบประสาทสงบมากขึ้น และทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ถึงแม้ว่ากล้วยจะมีประโยชน์อย่างมากมาย แต่การรับประทานให้อาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำก็ยังเป็นหลักการดูแลสุขภาพที่ดี รวมทั้งการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด รวมทั้งการรับประทานกล้วยร่วมด้วยกับการรับประทานอาหารเย็น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณหุ่นผอมเพรียวสมใจอย่างแน่นอน

วิธีการเสริมคางด้วยไขมัน

ขั้นตอนการเสริมคาง

การเสริมคางแพทย์จะดูดไขมันจากร่างกายของคนไข้ เช่น ติ่งหู ต้นขา ต้นแขน ที่มีไขมัน และเลือกไขมันที่บริสุทธิ์ที่สุด มาฉีดใส่บริเวณคางของเรา จะฉีดมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อจะให้เรียวแหลมขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด หลังจากที่คนไข้ฉีดไขมันเข้าที่คางสามารถใช้ชีวิตได้ปกติทันทีไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ การฉีดคางครั้งแรกจะอยู่ได้ 2-3 เดือน ส่วนครั้งที่ 2 จะอยู่ได้ 2 ปี จะขึ้นอยู่กับการรักษาไขมันของตนเองด้วย เนื่องจากบางคนอาจจะชอบการซาวน่า หรืออาจจะออกกำลังกายหนักๆ ซึ่งจะทำให้ไขมันหายไปได้เร็ว อย่าไปโดนแดดเยอะ การเสริมคางด้วยไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปหน้าที่ได้รูปอยู่แล้ว ส่วนคนที่คางทู่หรือไม่มีคางไม่แนะนำให้เสริมคางด้วยวิธีนี้ เพราะการเสริมคางด้วยไขมันไม่ได้ทำให้หน้าดูเรียวแรม แต่จะช่วยให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยไขมัน

  1. งดการยกสิ่งของหนักเหนือศีรษะเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  2. คนไข้ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ คางไปกระทบกับสิ่งของ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  3. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายมากๆ เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
  4. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  5. สามารถไปทำกิจกรรมเบาๆ ตามปกติได้ภายใน 5-7 วัน

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังการเสริมคางด้วยไขมัน
การเสริมคางด้วยไขมันมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง ร่างกายจะไม่ปฏิเสธอย่างแน้นอน และมีความนิ่มเป็นธรรมชาติ แต่จะให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปในคางอยู่ในรูปทรงที่ต้องการถาวรเป็นไปได้ยาก ต้องมาทำการฉีดไขมันที่ค้างซ้ำบ่อยๆ

การดูแลหลังการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์

  1. ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีดคาง 1 สัปดาห์
  2. ห้ามใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA,BHA หรือ Retinoid gel
  3. หลีกเลี่ยงบริเวณอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป 1 สัปดาห์
  4. ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน
  5. งดกิจกรรมหนักๆ หรือออกกำลังกายกลางแดด เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงการเสริมคางด้วยการฉีดฟิลเลอร์
จะมีอาการบวมตึงหรือแดงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองประมาณ 1-4 สัปดาห์

รู้มั้ยว่าเสียงประกาศบนรถไฟฟ้าคือเสียงใคร

หลังจากที่มีโอกาสได้นั่งรถไฟฟ้าอยู่นานก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า “สถานีต่อไป สยาม next station siam …..” เสียงประกาศบนไฟฟ้านี้เป็นเสียงใครกันนะ ล่าสุดเมื่อสองวันก่อนนั่งดูรายการวู๊ดดี้ เชิญนักแสดงที่กำลังดังที่สุดในตอนนี้มา เป็นนักแสดงที่คนเกือบทั้งประเทศรุมด่า นั้นก็คือ อิแย้ม หรือคุณรัดเกล้านั่นเอง …